เที่ยววันเดียวที่ Whitby (วิทบี) ทะเลเหนือของอังกฤษ

ใครที่อยู่อังกฤษ หรือแพลนไปเที่ยวอังกฤษ เรามีหนึ่งสถานที่ ที่อยากแนะนำเป็นเมืองตากอากาศของเหล่าผู้ดีในโซนทะเลเหนือบอกเลยว่าเป็นที่นิยมและน่าไปมากๆๆ เอามาฝากกันจร้า

ครั้งแรกที่ได้มาเยือนเมืองวิทบี(​Whitby)  เมืองเล็กนิดเดียว  แต่ความสวยไม่น้อยหน้า  เรียกได้ว่าที่นี่เป็นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยรูปลักษณ์ของสถาปัตยกรรมต่างๆ  ดีไซน์เข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว  มีความเรียบง่าย  สงบ  จนน่าเข้าไปค้นหาเลยทีเดียว

 

สำหรับการเดินทางนั้นไม่ยาก  พวกเรานั่งรถบัส จากมหาวิทยาลัย  Durham ลงที่ Whitby 25 ปอนด์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ไปถึงเกือบ 10  โมงเช้า แต่ถ้านั่งรถไฟจะใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง ราคา ประมาณ 20 ปอนด์จาก Durham แต่ถ้ามีตั๋วนักเรียนก็จะถูกลงไปอีกกว่า10% เลยทีเดียว

 

พอไปถึงฝนก็ตกทันทีแอบเศร้านิดนึง แต่ไม่เป็นไรกางร่มเที่ยวกันได้ เพราะอย่างที่รู้ๆกันว่าอังกฤษกับฝนเป็นของคู่กัน อากาศเย็นสบาย  หลังจากเรานั้นก็เดินกันมาเรื่อย  เห็นร้านค้าเรียงรายแหล่งช้อปปิ้งของเมืองนี้  ส่วนใหญ่ขายไอศกรีมและขนม  มีร้านเล่นเกมหยอดเหรียญ หนีบตุ๊กตา ให้เสี่ยงโชคอยู่2-3 ร้าน แต่ที่พลาดไม่ได้ก็คือ ร้านขายของที่ระลึกเกี่ยวกับท่านเค้าท์แดรกคูลา   The Dracula Experience

 

พอฝนหยุดตก ก็แดดมาเลยจ้า เริ่มเห็นครอบครัวชาวอังกฤษจูงลูกหลาน หมาแมวออกมาเดินเล่นในเมือง มีดนตรีเปิดหมวกตลอดทาง บรรยากาศครึกครื้นมาก

เดินต่อไปเรื่องๆก็ถึงทางขึ้นไปบน Whitby Abby จุดสำคัญของเมือง

เดินขึ้นบันได้มา 199 ขั้น เล่นเอาหอบเหมือนกัน แต่พอพบกับวิวของเมืองทั้งเมืองแล้ว สุดยอดจริงๆ หายเหนื่อยเลย

วิทบีเป็นเมืองเหมือนท่า แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวแทบทุกแนว ทั้งหาดทราย ทุ่งหญ้า ภูเขา ครบ เป็นเมืองที่มีชายหาดอยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษ แถบ Yorkshire นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มามักจะเป็นผู้คนจากแถบตะวันออกและทางตอนเหนือเข้ามาพักผ่อนทุกเพศทุกวัย สามารถพาสัตว์เลี้ยงเข้ามาเดินเล่นกันอย่างคึกคัก เห็นภาพนี้แล้วดีต่อใจจริงๆ

นอกจากบรรยากาศทะเลที่สุดแสนจะชิว ยังมีแหล่งประวัติศาสตร์ก็คือ Whitby Abbey โบสถ์เก่าแก่ทางประวัติศาสตร์

ใต้ซากปรักหักพังของ Abby นั้นแฝงไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมเก่าแก่ ความขลังของตัวโบสถ์ทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตำนานท่านเค้าท์แดรกคูลาถึงเกิดขึ้นที่นี่ แต่ด้วยบรรยากาศก็ทำให้สวยไปอีกแบบ เหมาะสำหรับไปถ่ายภาพชิคๆ คูลๆ กันจร้า

สิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าอีกแห่งคือสุสาน   นี่ถ้ามาเที่ยวช่วงเวลาใกล้โพล้เพล้ก็ขอตัวบ๊ายบายก่อนใครแน่ๆ  อิอิ  แต่คนที่นี่เขาชอบเที่ยวสุสานกันนะ

หลังจากถ่ายรูปบนเขาจนอิ่มแล้ว ท้องก็เริ่มร้อง ที่นี่ดังเรื่อง Fish and Chips และ Oyster มากกกกก อาหารคนไทยอย่างเราก็จะประมาณนี้ละจร่ะ ฮ่าๆๆ

ร้านดังในเมืองนี้คือร้าน Mac Pie แต่เราไม่ได้กินนะ คนเเน่นมาก แนะนำว่าถ้าอยากกินจริงๆควรไปรอร้านเปิด ประมาณ 10.30 – 11 โมงได้กินชัวร์  แต่เรารอคิวไม่ไหวเลยไปร้าน Trenchers อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ ก็ถือว่าอร่อยใช้ได้เลยนะ ราคาก็ปกตินะ ประมาณ 8 ปอนด์ ถือว่าไม่แพง

อิ่มแล้ว ก็ไปต่อกับอาหารตาที่ชายหาดกันเลย และสำหรับใครที่จะเดินลงไปเล่นชายหาด (นี่คืออาหารตานะจร่ะ ฮ่าๆๆๆ เด็กกๆทั้งน้านนน)

ที่นี่เขามีบริการห้องเก็บชองส่วนตัวทาสีแยกเป็นหลังๆ ภายในห้องก็มีโเป็นครัวเล็กๆไว้สำหรับชงกาแฟกันด้วยนะ

เม็ดทรายที่นี่มีลักษณะคล้ายกากเพชร  ไม่ละเอียดทเที่เมืองไทย  ชายหาดสงบ ทุกคนดูมาพักผ่อนกันจริงๆ ทั้งเตะบอล   ก่อปราสาททราย  หรือแม้กระทั่งนอนอาบแดด  ปูผ้านอนกันชิลๆ ได้เลย  แต่น้ำที่นี่เล่นไม่ได้นะ เพราะคลื่นลมแรงมาก แต่ถ้าอยากออกไปกลางทะเลเค้าก็มีบริการเรือออกไปปากอ่าว 20 นาที 3 ปอนด์ เค้าโฆษณากันว่าถ้าโชคดีจะได้เจอวาฬกับโลมาด้วยนะ

ช่วงเวลาที่ไปเป็นช่วง Summer พอดี โชคดีที่ปีนี้ Summer นานหน่อย อากาศเลยดี ถื  ฟ้าสวย  แดดไม่ร้อนมาก  แต่ลมแรงสุดๆ  เดินไม่ดีตัวปลิวได้นะ มีเสียงลมพัดให้ได้ยินตลอดเวลารวมกับเสียงนกนางนวล ซึ่งก็ถือว่าเราโชคดีเลยทีเดียวเพราะอากาศแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆในอังกฤษ อย่างที่บอกไปนั้นแหละว่าฝนตกเป็นเรื่องปติ แดดออกเป็นเรื่องมหัสจรรย์

Whitby เมืองเล็กๆใครมาก็จะตกหลุมรักได้ไม่ยาก ยิ่งเป็คนที่ชอบทะเล และสัตว์เหมือนเราด้วยแล้ว บอกได้เลยว่าต้องกลับมาอีกแน่ๆ ใครที่มีโอกาสมาเที่ยวทางตอนเหนือของอังกฤษ แถว Yorkshire ก็อย่าลืมแวะมาเที่ยวนะแค่วันเดียว รับรองไม่ผิดหวังจริงๆ