เวียงจันทน์-วังเวียง 3 คืน4 วัน งบ5000 บาท (รวมทุกอย่าง) LAOS Trip

 

สะบายดีจร้า … ถ้าจะพูดถึงช่วงนี้ เหล่าวัยรุ่นทั้งหลาย รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ใครๆฮิตไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นโดยเฉพาะ วังเวียง ที่ถือว่ากำลังฮอตฮิตมากในช่วงนี้ อาจเป็นเพราะไม่ไกลมาก ค่าใช้จ่ายไม่แพง แถมยังได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์  เจอธรรมชาติสวยๆ และการใช้ชีวิตที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวลาวแท้ๆกันค่ะ

ในทริปครั้งนี้เราเน้น เที่ยวครบ งบประหยัด แอดเวนเจอร์นิดหน่อย ตามสไตล์สาวๆ PRGirl ซึ่งครั้งนี้เราไปเที่ยวกัน 6 คน และตั้งงบไว้แค่คนละ 5000 บาทเท่านั้น

เราเลือกเดินทางวันที่ 8-11 ธันวาคม ซึ่งตรงกับวันหยุดเสาร์อาทิตย์และวันหยุดราชการ ซึ่งในช่วงนั้นจะมีคนเดินทางกลับ ตจว.เป็นจำนวนมาก เลยทำให้ตั๋วเครื่องบินมีราคาค่อนข้างสูง ขาไปเราจึงเลือกเดินทาง โดยรถบัสViP บขส.ถึง หนองคาย แล้วขากลับ เราเลือกนั่งเครื่องบินกลับ จากอุดร ถึง กทม.

กำหนดการคร่าวๆ เราตามตารางนี้จร้า 

  • Day.1

หลังจากเลิกงานปุ๊บ พวกเราก็ตรงดิ่งมาที่หมอชิตเลยจร้า รถออกเวลา 2 ทุ่มค่ะ ราคาตั๋วรถบัส999บขส. จาก กทม.- หนองคาย ราคาคนละ 658 บาทจร้า  ที่แรกจะนั่งตรงไปเวี่ยงจันทน์เลยจร้า แต่ว่าตั๋วเต็มเลยต้องนั่งไปหนองคาย แล้วค่อยไปต่อลงเวียงจันทน์ละวังเวียงอีกที

รถบัสมีทั้งหมด 31 ที่นั่ง มี 2 ชั้น พวกเราเลิกนั่งชั้นแรกมี 6 ที่นั่ง ซึ่งครบคนที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้จร้า ที่นั่งถือว่าใหญ่กว้างนั่งสบาย ขนาดเพื่อนThuniiz ที่ขายาวสุด นางยังบอกนั่งสบาย (ที่ผ่านมานางชอบบ่นเรื่องรถทัวร์ที่นั่งเล็กตลอด)บนรถมีผ้าห่มให้คนละผืน ชุด SnackBox และคูปองสำหรับแลกอาหารคนละใบจร้า
  • Day.2

เราใช้เวลานั่งรถบัส9-10 ชม.พอดี ถึง ขนส่งหนองคายประมาณ05.45-6โมงเช้าจร้า ลงรถบัสปุ๊บ จะเห็นตู้นี้พอดี พอลงมาก็ตรงดิ่งมาต่อคิวซื้อตั๋วเลยจร้า  เพื่อว่าจะได้ทันรถรอบแรกที่ไปเวียงจันทน์ ตั๋วราคาเบาๆๆ 55 บาทไทยจร้า ส่วนใครไปไม่ทันก็ต้องรอรอบต่อไปตามนี้เลยจร้า สายจังหวัดหนองคาย – นครหลวงเวียงจันทน์ (ลาว) Nongkhai – Vientiane เวลาต้นทาง 07.30, 09.30, 12.40, 14.30, 15.30, 18.00

ภาพด้านซ้ายมือเป็นตู้ขายตั๋วไปเวียงจันทน์ ส่วนคันขวาคือรถที่เราจะนั่งไปเวียงจันทน์นั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆ เอ้ยยไม่ใช่ นั่นคือรถบัสประจำจังหวัด เราเห็นมันเก๋ดีเลยไปยืนถ่ายแบบเกร๋ๆๆอะแกร …อะๆๆความจริงก็คือรถที่นั่งข้ามไปฝั่งลาวนั้นดีอยู่จร้าเหมือนรถ บขส.บ้านเรานี่แหละ มีระบุที่นั่งแบบสวยงามจร้าไม่ต้องไปแย่งที่กับใคร พอรถออกสักพักพนักนางก็จะแจกใบกรอกเข้าประเทศให้จร้า ตามภาพเลย

 

ประมาณ 15-20นาทีก็ถึง ตม.ข้ามไปฝั่งลาวแล้วจร้า ในการข้ามด่าน ตม.ก็ปกติทั่วไปเลยเราจะไม่ลงรายละเอียดมากเพราะอาจมีคนรีวิวไว้เยอะ แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงคือ ทีแลกเงินจร้า พอผ่านด่านมาปุ๊บมันจะมีธนาคารของลาวสีเหลืองๆใหญ่ๆอยู่ฝั่งซ้ายมือ ซึ่งจะมีคนรอคิวยาวมากในการแลก ถ้าเราแลกที่นี้อาจจะไม่ทันรถออก เรามีที่แนะนำอีกทีหนึ่ง เรทไม่ต่างกันเท่าไหร่ หรืออาจมากว่าด้วยซ้ำไป เป็นที่แลกเงินมืดจร้า คนขับรถคนลาวบอกมา ให้มองไปทางด้านขวามือสีแดงๆ ตามรูปเลยตรงนั้นแลกได้รับทั้งเงินไทย เงินดอลล่าร์ รอไม่นานด้วย รู้ไหมพอเราลงไปแลกปุ๊บ เราเทียบเรทแล้วดีกว่าอีกฝั่ง คนบนรถไปแลกตามเป็นแถวเลยจร้า

สีเหลืองแดงรูปที่สี่เลยจร้าที่แลกเงินอีกที่ บริการรวดเร็วทันใจ เรทเงินก็ถือว่าดีนะจร๊ะ

 

หลังจากนั้นก็รถบัสก็เดินหน้าต่อไปยังตลาดจร้า จุดจอดรถของเวียงจันทน์ เราไปถึงประมาณ 9โมง สิ่งแรกที่ต้องทำพอมาถึงเวียงจันทน์คือเราต้องหาตั๋วไปวังเวียงก่อนเพื่อที่จะได้วางแผนถูกว่าจะเที่ยวที่ไหนบ้างในเวียงจันทน์  พอลงรถปุ๊บก็จะมีคนขายตั๋วไปวังเวียงเยอะมากมาเสนอขายตั๋วราคาต่างๆให้ ทางเราก็ตั้งสติก่อนค่ะ เอากระเป๋าแล้วเดินออกมาจากจุดที่มีคนมุงเยอะๆ หลังจากนั้นมีคนหนึ่งมาขายตั๋วให้เป็นMinivan ราคาคนละ 280 บาท นางบอกจะลดให้เราเหลือ 250 บาท เราไม่เอาค่ะ นางบอกว่าอยากได้ราคาเท่าไหร่ เราบอกคนละ 220บาท  นางตอบโอเค ละจะพาไปซื้อตั๋วเพื่อจองเวลาออกทันที่  ( รู้งี้ต่อเหลือ 200 ร้อยเลย หุหุหุหพลาดเลย)

ที่ขายตั๋วและที่ขึ้นรถอยู่ตรงข้ามกับตึกสำนักงานนี้ไม่ไกลมากจากจุดจอดรถตรงตลาดมากนัก น่าจะ1กิโลเมตรกว่าๆ พอมาถึงก็ซื้อตั๋วจองเวลาออกคือบ่าย 2โมงจร้า หลังจากนั้นเราก็ฝากกระเป๋าแล้วก็พากันเดินทัวร์เวียงจันทน์เลยจร้า

 

หลังจากนั้นเราก็เตรียมชุดสำหรับสถานที่แรกที่เราจะไป คือ ประตูไซ ถือว่าเป็นLandmark ของเวียงจันทน์เลยที่ใครมาแล้วจะต้องมาที่นี้  ซึ่งอยู่ห่างจากที่ขึ้นรถของพวกเราประมาณ 1กิโลเมตร เราก็เลยตัดสินใจเดินไปจร้าเพื่อชมบรรยากาศบ้านเมืองของเวียงจันทน์ด้วย  พร้อมเอาชุดไปเปลี่ยนที่นู้นเลย เพราะตรงประตูไซมีห้องน้ำให้บริการด้วยอยูตรงด้านหลังให้เดินตรงเข้าไปยาวๆ

ประตูไซ หรือประตูชัย ดูใกล้ๆจะยิ่งใหญ่มาก อลังการสุดแต่เหมือนสร้างยังไม่เร็จ สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน เพื่อระลึกถึงประชาชนชาวลาวผู้ที่เสียสละชีวิต ในสงครามก่อนหน้าการปฏิวัติของพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งประตูชัย สร้างขึ้นโดยรัฐบาลฝรั่งเศสสมัยเข้ามาครอบครองประเทศ โดยสร้างถนนและประตูชัยให้คล้ายกับชอง เอลิเซ่ในฝรั่งเศส แต่ยังสร้างไม่เสร็จดี ชาวลาวก็ประกาศอิสรภาพเสียก่อน ดังนั้น คำว่าชัยชนะของประตูนี้จึงหมายถึงชัยชนะของชาวลาว  บริเวณรอบ ๆ ประตูชัยมีเป็นลานกว้างมีประชาชนชาวลาวมานั่งเล่นโดยรอบ นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นไปชมวิวเมืองเวียงจันทน์ด้านบนของประตูชัยได้   ค่าเข้าชม ผ่านประตูคนละ 2,000 กีบ (อัตราแลกเปลี่ยนก็ประมาณ 240-270 กีบ ต่อ 1 บาท) เวลาเปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น.

 

อะๆๆมาถึงทั้งที ศึกษาประวัติศาสตร์เรียบร้อยพวกเราก็มาแชะๆภาพกันหน่อย เพื่อความเก๋ไกร๋สไลด์เดอร์ของชาวแกงค์

 

พอเที่ยวที่นี้เสร็จเราก็เดินไปไหว้พระที่วัดใกล้ และเดินไปชมพระธาตุดำ และหลังจากนั้นก็เดินชมบรรยากาศทั่วไปในเวียงจันทน์และหาร้านกาแฟชิคๆนั่งเล่นเพื่อรอรถออกจร้า

 

เวลา 14.00 เราขึ้นรถตู้ไปวังเวียง ซึ่งมีระยะห่างจากเมืองหลวงเวียงจันทน์ ประมาณ 160 กิโลเมตร บอกไว้เลยว่าทางไปลำบากมาก แอร์ร้อนมาก ขณะนั่งคือรู้สึกเวียนหัวตลอดเวลา ทางไปเปนทางลูกรังสุดทาง เราตู้จะแวะจอดพัก1ครั้ง แล้วก็เราก็ถึงที่พักประมาณ 17.00 น. ที่พักเราหาไม่ยากเลย อยูในเมือง อิอิอิ ใกล้กับ จุดจอดรถและซากุระบาร์ด้วย เลยง่ายต่อการหามาก บอกรถปุ๊บจอดตรงทางลงปั๊บเลยจร้า

 

พอเก็บของเสร็จเราก็ไปเดินเล่นรอบๆๆ ชมบรรยากาศวิววังเวียนตอนเย็นไปชมวิวเมืองวังเวียงจากมุมสูง เราจะได้เห็นธรรมชาติที่สวยงาม กับความเป็นเอกลักษณ์ต่างๆของชนพื้นเมือง มีวิวภูเขา ทุ่งนาสีเขียวสวย และแม่น้ำซอง ที่ไหลผ่านวังเวียง

 

หลังจากชมวิวริมแม่น้ำซองเสร็จเราก็ ไปหาร้านหมูกระทะที่ขึ้นชื่อของที่นี้ทานกันจร้า บอกเลยคนแน่นมาก ที่สำคัญอร่อยด้วยพอทานข้าวเสร็จก็ต่อ ที่ร้านกึ่งชิลกึ่งผับที่ฮิตที่สุดในวังเวียง คือ ซากุระบาร์ จร้า บอกเลยว่าช่วงๆทุ่มถึงสองทุ่มมีเหล้าฟรีแจกเป็นแก้วหน้าร้านตรงบาร์นะจ๊ะ ต่อคิวเอาโลด ส่วนcocktailถังนี้ก็ไม่แพงมาก เท่าๆๆที่ไทย ประมาณ 250 บาท

 

 

 

Day.3

สำหรับวันที่ถือเป็นวันที่พวกเราจะต้องทำกิจกรรมต่างๆและเที่ยวชมรอบๆวังเวียงจร้า ซึ่งเราได้เลือก 2 สถานที่ ที่เราจะไปกันนะจร๊ะ โดยเหมาเหมารถลีมูซีนเที่ยว ได้ราคาที่พอใจมาก เราไป2ที่เหมาทั้งวันต่อที่ราคา 500 บาทแต่เราให้ทริปลุงแกอีก 100บาท  หาร 5 คนเบาๆๆ (FB คนขับ : เวียงคอน อีนตะนาม ฑุดภาษาไทยได้ ฟังออกหมด เคยมายุไทย นางว่างั้น )

เราเริ่มต้นเที่ยว ที่สะพานส้มซึ่งเป็นสะพานที่จะเดินข้ามไปขึ้นไปถ้ำจัง  ตรงจุดนี้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวต้องมาถ่ายรูปเมื่อมาถึง วังเวียง  แต่นางก็สวยดีนะ   ตัวสะพานที่เป็นสะพานแขวน สีส้มสดๆ พร้อมทั้งวิวด้านหลังเป็นภูเขา มีแม่น้ำไหลผ่าน คือโอเคเลยแหละ

 

พอหลังจากเก็บภาพเสร็จปุ๊บ เราก็เดินขึ้นไปถ้ำจัง ซึ่งจะต้องเสียค่าใช้จ่ายนะจร่ะ ประมาณ 5000 กีบ เพื่อขึ้นไปชม ถ้าจังด้านบน พอจ่ายตังปุ๊บ ก็เดินขึ้นบันไดไปด้านบนเลยจร่ะ ลองนับเล่นๆดูประมาณ 147 ขั้น เป็นทางลาดชัน เราก็เดินไปหอบไปนะจร๊ะ

ถึงแล้วจร้า ถึงจัง ทางเดินก็จะสว่างมีแสงไฟตลอดเส้นทาง ไม่ต้องกลัวความมืดแน่นอน

ภายในถ้ำจะได้สัมผัสกับหินงอกหินย้อยต่างๆ ที่สวยงาม ตลอดทางจะมีแสงสว่างจากดวงไปนำทางเพื่อเดินจุดชมวิว  บรรยากาศข้างในเย็นดีจร้า ถึงแล้วจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำซอง กับทุ่งนาสีเขียวของเมืองวังเวียงได้

วิวที่มองมาจากถ้ำจังมันก็จะประมาณนี้ละจร่ะ

หลังจากชมถ้ำจังเสร็จแล้วเราก็เดินทางไปที่ถัดไปที่เราเลือกคือ บลูลากูน (Blue Lagoon) จร้า  ได้ยินชื่อเสียงมานานถึงต้องตามมาเล่นน้ำกันเลยทีเดียว มาถึงปุ๊บเจอปั๊บสระน้ำสวยใสสีฟ้า เป็นสระน้ำที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ มีมุมไฮไลท์คือ ชิงช้าเชือกที่อยู่ด้านข้างของ บลู ลากูน ที่เราสามารถปีนขึ้นไปนั่งสวยๆ เล่นน้ำได้อีกด้วย

มาถึงก็ประมาณเที่ยงพอดี เลยแวะกินข่าวที่บลูลากูนซะที่นี้เลย เราเลือกร้านส้มตำไก่ย่างที่น่าจะมีร้านเดียวในที่นี้ คนซื้อเยอะมากวุ่นวายสุด ก็รอคิวยุนานๆกว่าจะได้

 

ได้มาแล้วหน้าตาอาหารก็จะประมาณนี้นะจร่ะ แต่รสชาติอาหารบอกเลยไม่โอเค ราคาถือว่าแพงๆๆ ไม่แนะนำให้มากินที่นี้เลย ใครจะมาก็แวะกินแถวในเมืองค่อยมาเล่นน้ำต่อที่บลูลากูนก็ได้ น่าจะดีกว่ามากกกกก และประหยัดลงมากกกก อิอิอิอิ

ทานข้าวเสร็จก็มากระโดดน้ำเล่นกันจร้า  บอกเลยว่าน้ำเย็นมากกกก

 

หลังจากเล่นน้ำแล้ว เราก็กลับที่พักกันเลยดีกว่า เพื่อเตรียมตัวสำหรับการไปทานอาหารริมแม่น้ำซองพร้อมชมบรรยากาศซิลๆยามค่ำคืนกันอีกครั้งกันเลยจร้า

บอกเลยว่าอาหารที่ร้านริมแม่น้ำซองอร่อยมาก โดยเฉพาะส้มตำถูกใจหลายๆๆ แซ่บอิหลี่ อาหารอร่อยทุกอย่างเลย พวกเราตัดสินใจกินร้านนี้แหละ เดินลงสะพานไม้มา เลี้ยวซ้ายละหาที่นั่งเลย กินไป ชมวิว ชมหนุ่มเกาหลีไป ฮ๋าๆๆ อร่อยสุด แทบราคาอาหารไม่แพงเลย อันนี้แนะนำเลยจร้า

หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ไปเดินเล่นและแวะซากุระบาร์อีกครั้ง หลังจากนั้นก็กลับมานอนเพื่อเตรียมตัว เดินทางตอนเช้า

ส่วนตอบกลับเราเหมารถHundai van กลับกัน ไปจนถึงตม. ตรงสะพานข้าม ราคา 2000 บาท แอร์เย็นสบายๆๆ บอกเลยว่าเริ่ศมากเหมาแต่แรกดีกว่า ถ้าใครไปหลายคนแนะนำเลย หลังจากนั้นก็เหมาะรถไปอุดรฯเพื่อขึ้นเครื่องอีกอีก 1000 บาทจร้า

ค่าเดินทางตลอดทริป

เรากับเพื่อนๆเลือกไป 4 วัน 3 คืน ที่คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว จ่ายคนละ 5000 บาทจริงๆๆ ซึ่งรายละเอียดดังนี้

ค่าเดิน  ไปรถทัวร์ – กลับเครื่องบิน -เหมารถเที่ยวทุกอย่าง คนละ 2600 บาท

ค่าที่พัก คืนละ 1000 บาท 2 คืน หาร 6 คนละ 330 บาท

ค่ากิน + ค่าเหล้า อิอิอิ  คนละ 2000 บาท แบบฟุ้มเฟือย

สำหรับทริปนี้สาว PRGirl ให้คะแนน 8/10 คะแนน ถือว่าโอเคมาก มีหลายรสชาติ บอกไว้เลยว่าเหล่าชาวแก๊งค์ทั้งหลายต้องไป แต่ไม่แนะนำให้ไปกับแฟนนะคะ อาจทะเลาะกันได้ ฮ่าๆๆๆ ถ้าไม่ชอบผจญภัยจริงๆๆ ส่วนสถานที่ คือสวยจริง ธรรมชาติจริง  พวกอาหารหรือเครื่งดื่มก็โอเค อร่อย และราคาไม่แพง ถ้าใครพอมีเวลาไม่ก็ช่วงเสาร์อาทิย์ก็ได้ลองไปกันนะค่ะ บอกเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวังจร้า สุดท้ายก็ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะคะ แล้วเจอกันทริปหน้านะคะ 🙂