Past1 “ฮานอย-ซาปา” #ทริปเวียดนามอย่าผลีผลาม 5 เมือง 5 วัน “ฮานอย-ซาปา-ดานัง-ฮอยอัน-โฮจิมินห์”

ทริป เ วี ย ด น า ม อ ย่ า ผ ลี ผ ล า ม นี้ เป็นทริปที่แอดเวนเจอร์มากกกกกกกกก เพราะพวกเราตั้งใจไปเที่ยวทั้งหมด 5 เมือง 3 ภาค เหนือ-กลาง-ใต้ ภายในระยะเวลา 5 วันเท่านั้น!! (มีวันลาแค่นี้จีๆ ค่ะ ไม่งั้นคงต้องลาออก ฮ่าๆๆ )

เมืองที่เราไปก็ คือ “ฮานอย-ซาปา-ดานัง-ฮอยอัน-โฮจิมินห์” “Hanoi-Sapa-Danang-Hoian-Hochiminh”

อันนี้เป็นตารางที่พวกเราว่างแผนคร่าวๆ ว่าจะไปที่ไหนบ้าง และค่าใช้จ่ายที่เราตั้งไว้นะคะ มาดูกันว่าเราจะพิชิตภาระกิจสำเร็จไหม ??

# # #ทริปเวียดนามอย่าผลีผลาม (ฮานอย-ซาปา)
Day 1. ฮานอย

เมืองแรกที่พวกเราเลือกไปคือ “ฮานอย” นะคะ สาเหตุที่เราบินมาเมืองนี้ก่อนเพราะตั๋วถูกกว่าค่ะ ถ้าเพื่อนๆ จะมา ก็ลอง check flight ดูก่อนว่าบินจากไหนไปไหนคุ้มกว่ากัน

                                                อันนี้เป็น สุสานลุงโฮ หรือ สุสานโฮจิมินห์ นะคะ ตั้งอยู่ที่ฮานอยนี่ล่ะ

 

พอมาถึง สนามบินนอยไบ ของเมืองฮานอย บรรยากาศเงียบมากเลยคร้า เราลงเครื่องปุ๊บ ก็เดินตามป้ายตรงมาเรื่อยๆ เลยจร้า นิดเดียวก็จะถึง จุดตรวจ ตม. เขาก็ตรวจไปตรวจไปตามเรื่อง สอบถามเล็กน้อย พอผ่าน ตม. มาได้ ก็เดินลงบันไดเลื่อนไปรอรับกระเป๋าที่ชั้น 1 แล้วเดินออกทางประตู Chula 2 เพื่อเรียก Taxi หรือจะเดินตรงไปฝั่งซ้ายเพื่อขึ้นรสบัสเข้าเมืองก็แล้วแต่เลยจร้า

                                                                       ประเทศนี้ ฝ. ดี จริงๆนะคะคุณผู้ชม อิอิอิ

**ที่สนามบินมีที่แลกเงินและขายซิมนะคะ แต่เราคิดว่าราคาข้างนอกโอเคกว่าเยอะค่ะ ส่วนเราแลกเงินดอลล่ามาจากไทยแล้วค่อยไปแลกเงินดองที่เวียดนามค่ะ

ส่วนพวกเรา ใช้บริการ Taxi ค่ะ จากการคำนวณเวลาและราคา เราคิดว่าพอรับได้ เพราะมันไม่ต่างกันเท่าไหร่แถมยังสะดวกสบายมากกว่าด้วย

ก่อนอื่นเราต้องขอบอกก่อนเลยว่า ในส่วนของการเที่ยว ฮานอยกับซาปานั้น เราใช้ บริการของ Huong Nguyen ซึ่งนางก็เป็นเอเจนซีที่นี่ไม่ว่าจะเป็น จองตั๋วรถไฟไปซาปา โรงแรม ซิมการ์ด และรถรับส่งบริการไป-กลับสนามบิน เพราะเราคำนวณแล้วมันไม่ต่างกันเท่าไหร่ อีกอย่างสามีนางน่ากิน เอ้ย!! นางบริการดี แล้วก็ใจดีด้วย ขี้ไม่ออกเหยี่ยวไม่ออกบอกเฮืองตลอด ฮ่าๆๆ … เลยมาบอกต่อ มีนางแล้วอุ่นใจ นี่ไม่ได้ค่าโฆษณาใดๆ นาจา

                                           ข้างหลังเราชูสองนิ้วคือ Huong Nguyen แอด FB นางได้เลยจร้า นางน่าร้ากก นางใจดี

 

ตามแพลนที่วางไว้ เรามีเวลาแค่วันเดียวในการเที่ยวเมืองฮานอยหลังจากนั้นในตอนกลางคืนเราจะนั่งรถไฟไปซาปาตอนเวลา 4 ทุ่ม พอเข้ามาถึงในเมืองเราก็มาพัก รร. ที่เราจองไว้เลยจร้า

                                      โรงแรม วันละ 700 บาทเองนาจา หาร 3 ก็เบาๆ เราเช่าไว้เก็บของ และอาบน้ำก่อนไปซาปา คืนนี้จร้า

เราแพลนไว้ว่าเราจะไปไม่กี่ที่ในเมืองฮานอยเนื่องจากเรามีเวลาจำกัด เราใช้วิธีการดูจากแผนที่ของโรงแรม กับ Google map ในการเดินทางจร้า มาดูกันว่าเราไปที่ไหนบ้าง ท๊าดาาาาาาาา..

ที่แรกคือ “โบสถ์เซนต์โจเซฟ (St Joseph Cathedral)” ตั้งอยู่บนถนนยาจุง ทางด้านเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม หรือทะเลสาบคืนดาบอยู่ใจกลางกรุงฮานอยใช้เวลาเดินประมาณ 15-20 นาที ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดของฮานอยเลย เขาว่ากันมาอย่างนี้นะคะ

หลังจากนั้น เราก็นั่งแท็กซี่ไปสุสานโฮจิมินห์ซึ่งเป็นที่เก็บร่างของลุงโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีของเวียดนาม และจัตุรัสกลางแห่งนี้ยังเป็นที่ที่ประธานาธิบดีโฮจิมินห์ อ่านคำประกาศอิสรภาพเวียดนามจากฝรั่งเศสต่อหน้าชาวเวียดนามที่มาชุมนุมกันด้วย

***อันนี้ต้องระวังด้วยนะคะ ถ้าใครไปต้องแต่งกายด้วยชุดสุภาพนะ ให้เกียรติสถานที่ค่ะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจอยู่ด้านหน้า ถ้ามีขาตั้งกล้องห้ามตั้งถ่ายรูปนะคะ เด๋วจะโดนพี่ทหารดุเอา ส่วนข้างในพวกเราไม่ได้เข้าไป แต่เขาว่ากันว่า ห้ามถ่ายรูป และระหว่างเคารพศพลุงโฮ ต้องอยู่ในกิริยาที่สำรวม ถ้านำกล้องใหญ่หรือกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ไป จะต้องฝากก่อนเข้าด้วยค่ะ เตรียมพร้อมไว้ดีกว่าค่ะ

                                                                              ฝั่งตรงข้ามของสุสานลุงโฮ ก็ชิคไปอีกแบบนะแกร

เดินดูบรรยากาศรอบเมืองฮานอยค่ะว่าเขามีวิถีชีวิตกันยังไง ไม่ว่าจะเป็นร้านคาเฟ่สุดฮิตของเหล่าวัยรุ่น จิตกรรมบนกำแพงที่เล่าเรื่องราวต่างๆ ในกรุงฮานอย แถมยังมีการจีบกันของหนุ่มสาวด้วยการให้ดอกไม้หรือลูกโป่งหัวใจ มองแล้วน่ารักเชียวแหล่ะ และการขายอาหารริมถนน ดูเป็นธรรมชาติจริงๆ ค่ะ

 

ปิดท้ายด้วยการนั่งแท็กซี่กลับมาที่ทะเลสาบคืนดาบจร้า หลังจากนั้นพวกเราก็เดินกลับโรงแรมไปพักขาสักแพร้บ.. แล้วค่อยไปหาอะไรอร่อยๆ กิน เตรียมพร้อมก่อนเดินทางคืนนี้เพื่อเดินทางไปซาปาจร้าพวกเราตื่นเต้นมาก จะได้ขึ้นรถไฟนอนแล้ว เย้ๆๆ..

                                      ทะเลสาบคืนดาบหรือชื่อเวียดนามเรียกว่า”ฮว่านเกี๋ยม”ตอนเย็นแบบนี้อากาศดีมากเลยค่ะ

 

ส่วนนี่คือโฉมหน้าอาหารกลางวัน และอาหารเย็น ที่เราทานกันนะคะ ราคาเบามากๆเลยค่ะ หน้าตาก็ละมายคล้ายครึงกับอาหารไทยบ้านเรานี่แหล่ะค่ะ

พอกินกันเสร็จ เราก็ออกเดินทางไปยังสถานีรถไฟ Ga Hà Nội เพื่อเดินทางไปยังเมือง ซาปา รถไฟออกตอน 4 ทุ่ม พอถึงสถานีเราก็ไปรับตั๋วรถไฟแล้วก็เดินเข้าไปด้านในได้เลย

บรรยากาศรถไฟนอนจร้า… น่านอนใช่ไหมล่าาาา อิอิอิ ราตรีสวัสดิ์นะคะทุกคน

Day 2. ซาปา

อรุณสวัสดิ์เช้าวันที่สอง ของการเดินทาง หลังจากที่นอนรถไฟกว่า 7-8 ชม. เราก็มาถึงสถานี Lao Cai บอกเลยว่าหลับสบายมากกกกก
จากนั้นเราก็ต้องเดินไปขึ้นรถตู้ข้างหน้าสถานีเพื่อมุ่งหน้าสู่ซาปากันค่ะ ใช้เวลาประมาณ 30-45 นาทีค่าาา

                                                      เดินเข้าไปข้างในก็จะมีรถตู้บริการรอรับเพื่อไปซาปาจร้า

                                                                       บรรยากาศสองข้างทางของซาปาจร้า

และแล้วเราก็มาถึงจนได้ วู้ววววววว…. “ซาปา” เป็นเมืองเล็กๆ มองแล้วเหมือนอยู่ยุโรป มีความโรแมนติก อากาศเย็นสบายๆ ลมพัดตีหน้าเบาๆ สดชื๊นนนนนนนนน…

                                                      ทะเลสาบซาปาจร้า วิวดีมากกกกกก ชอบมากกกกก..

                                                                 บรรยากาศรอบเมือง พวกเราลองเดินๆ ดูกัน

พอมาถึงซาปาเราก็เริ่มปฏิบัติการกันค่ะ เราใช้วิธีการแว๊นมอ’ไซค์ ขับไปเที่ยวรอบๆเมือง ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์แค่ 150 บาท/คัน เองค่ะ ถือว่าคุ้มมากๆ ถูกกว่าเกาะล้านบ้านเราอีก แฮร่!! บิดสุดไมล์ไปดู

                                                               ขับมอ’ไซค์ แว๊นวนไปค่ะ ทัวร์ให้ทั่วเมือง

นาขั้นบันไดที่หมู่บ้าน Cat Cat Village ซึ่งห่างจากตัวเมืองซาปาแค่ 4-5 กิโลเมตร ขับรถกินลม ชมวิว จิบกาแฟ จิบเบียร์เย็นๆ สูดอากาศธรรมชาติให้เต็มปอด ฉกชื่นนนนนนน..

ร้านกาแฟ แถวหมูบ้าน Cat Cat Village บอกเลยว่าบรรยากาศดีมากจร้า

สามเกลอจิกกล้องแตก 555

หมู่บ้าน cat cat village

ร้านกาแฟวินเทจๆ ในตัวเมืองซาปา

บรรยากาศ มุมต่างๆในเมืองซาปาจร้า

นี่คือหน้าตาอาหารที่เราทานกันในเมืองซาปา พวกบาร์บีคิวอร่อย
น้ำจิ้มโอเค แต่ถ้าเป็นชาบูแซลม่อน ปลาคือรสชาติดี แต่ว่าน้ำจิ้มอาจจะไม่ค่อยถูกปากคนไทยอย่างเราๆ สักเท่าไหร่ แนะนำให้เตรียมน้ำจิ้มไปเองก็ดีค่ะ เพื่อเพิ่มอรรถรสให้ถูกปากเรา พวกเฟรนช์ฟรายด์ทอดก็ดีนะเราว่า กินเพลินๆกับอากาศเย็นๆ และตัวเอกของที่นี่ก็คือกาแฟ ขอบอกวว่ารสชาติดี หอมกรุ่น ละมุนลิ้นมากเลยทีเดียว

พอทานข้าวเสร็จ เราก็เตรียมตัวออกเดินทาง โดยรถบัสนอนมุ่งสู่กรุงฮานอย เพื่อต่อเครื่องที่สนามบินนอยไบไปยังดานัง

รถบัสนอนนี่ดีมาก ราคา 700-800 บาทเอง ถือว่าเลิศเลอค่าาา

# # #กดอ่านทริปเวียดนามอย่าผลีผลาม (ดานัง-ฮอยอัน) ที่บทความถัดไปตามลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยนะค่ะ​###